เรื่องสยองขวัญ ตำนาน"ผีตาโขน"

เรื่องสยองตำนาน"ผีตาโขน"

หน้าแรก » เรื่องสยองขวัญ » ตำนาน"ผีตาโขน"

“ผี ตาโขน” เป็นชื่อการละเล่นชนิดหนึ่ง โดยผู้เล่นทำรูปหน้ากาก มีลักษณะหน้าเกลียด น่ากลัวมาสวมใส่และแต่งตัวมิดชิด แล้วเข้าขบวนแห่และแสดงท่าทางต่าง ๆ ระหว่างมีงานบุญตาม Tea Cup And Saucer Sets, Amber Oval Beads, Gongfu Tea Sets, Fleece Sleeping Bags ประเพณีประจำปีของท้องถิ่นพื้นบ้าน การละเล่นผีตาโขนนี้ เท่าที่ทราบ มีเฉพาะในท้องถิ่นที่อำเภอด่านซ้าย และอำเภอ นาแห้ว จังหวัดเลย ซึ่งเดิมอยู่ในเขตท้องที่อำเภอด่านซ้ายเท่านั้น ที่อื่นไม่มีปรากฏว่ามีการละเล่นชนิดนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่แปลกอย่างหนึ่ง

คำ ว่า “ผีตาโขน” ความหมายเดิมไม่ทราบชัด ว่ามีความหมายว่าอย่างไร เพียงแต่ทราบว่าเป็นผีที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน มี คำว่า “ โขน ” คำเดียว ซึ่งให้ความหมายว่า การละเล่นอย่างหนึ่งคล้ายละคร แต่สวมหัวจำลอง ที่เรียกว่า หัวโขน นับว่าแปลกที่คำนี้พ้องกันพอดี ถ้าจะตีความหมายตามนี้คำว่า “ ผีตาโขน ” ก็คงจะหมายถึงผีที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายหัวโขน ที่ปั้นทำขึ้นให้น่าเกลียดน่ากลัว เมื่อคนจะเล่นผีตาโขนจึงต้องทำหัวโขนที่น่าเกลียดน่ากลัวมาสวมใส่ด้วย และที่น่าแปลกก็คือ การละเล่นผีตาโขนเป็นการละเล่นที่สวมหัวจำลองคล้าย ๆ เล่นโขนในภาคกลาง นอกจากการละเล่นโดยสวมหน้ากากหรือหัวโขนแล้วบางที่ผู้เล่นยังอาจทำรูปม้า จำลองขี่ไปในขบวนผีตาโขนนั้นด้วย ผู้ที่เล่นโดยขี่ม้าจำลองนี้เรียกว่า “ ม้าตาโขน ” นอกจากนี้ อาจทำรูปจำลองของ ควาย ช้าง เป็นต้น นำมาขี่หรือถือแห่รวมขบวนไปด้วย ซึ่งจะได้กล่าวรายละเอียดต่อไป

มี คำ พื้นเมืองเรียกผีชนิดหนึ่ง ซึ่งคอยจับคนไปล้วงกินตับไตไส้พุง ว่า “ ผีตาโบ้ ” เสียงคล้ายกับคำว่า “ ผีตาโบ๋ ” มากมีผู้เล่าว่าเป็นผีที่มีรูปร่างหน้าเกลียด ตากว้างใหญ่เป็นรูปโบ๋เข้าไป ผู้ใหญ่ชอบพูดหลอกเด็ก เวลาเด็กชนหรือเด็กจะออกไปเที่ยวป่าหรือนอกบ้านในเวลากลางคืนว่า ผีตาโบ้จะมาจับกิน ผีตาโบ้จะมีรูปร่างอย่างไร ผู้เขียนก็ยังไม่เคยเห็น จึงไม่อาจอธิบายให้แจ่มแจ้งกว่านี้ได้

ส่วนในด้านประเพณีแห่ผีตาโขนนั้น

จัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า “งานบุญหลวง” หรือ “บุญผะเหวด” ซึ่ง ตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์มหาชาติประจำปีกับพระธาตุเจดีย์สองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย

ที่มานั้นไม่ชัดเจน แต่กล่าวกันว่าเป็นประเพณีที่ใกล้เคียงกับการบูชาบรรพบุรุษของอาณาจักรล้าน ช้างหลวงพระบาง (ในอดีตแนวเขตแดน ด่านซ้าย เชียงคาน และหล่มเก่า เป็นส่วนหนึ่งในการปกครองของอาณาจักรล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง) ในอีกที่มาหนึ่งกล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจาก ป่า กลับสู่เมืองบรรดาผีป่าหลายตนและสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝง ตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง เรียกกันว่า “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” จนกลายมาเป็น “ผีตาโขน” อย่างในปัจจุบัน

ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก

ผี ตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัว คือผีตาโขนชาย1ตัวและหญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำ การทำก็ต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี

ผี ตาโขนเล็ก ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน

ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ เครื่องแต่งกายของผีตาโขน ส่วนใหญ่มักประกอบด้วย

ส่วน หัวหรือที่เรียกว่าหน้ากากนั้น ทำด้วย “หวด” หรือภาชนะที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว ซึ่งเป็นส่วนด้านบนดูคล้ายหมวก ส่วนหน้านั้นทำจากโคนก้านมะพร้าว นำมาตัดปาดให้เป็นรูปหน้ากากและเจาะช่องตา จมูกนั้นทำจากไม้เนื้ออ่อน แกะให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการของผู้สร้างสรรค์ โดยทำเป็นลักษณะยาวแหลมคล้ายงวงช้าง ส่วนเขานั้นทำจากปลีมะพร้าวแห้ง โดยนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาเย็บติดเข้าไว้ด้วยกัน และทาสีสันวาดลวดลายไปบนด้านหน้าของหน้ากากนั้น ๆ หลังจากนั้นจะเย็บเศษผ้าติดไว้บริเวณด้านบน(หลัง) เพื่อให้คลุมส่วนคอของผู้ใส่ไปจนถึงไหล่

 

ด้านเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย นั้น เป็นชุดที่ทำจากเศษผ้านำมาเย็บติดกัน และมี “หมากกะแหล่ง” หรือกระดิ่ง (คล้ายกับที่แขวนคอโค, กระบือ) แขวนผูกไว้บริเวณเอว เพื่อให้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะเวลาเดิน และส่ายสะโพก

ส่วนประกอบสุดท้าย คือ ดาบหรือง้าว ที่จะทำจากไม้เนื้ออ่อน ในขบวนแห่จะประกอบไปด้วยการร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน

root
849 ครั้ง
10 สิงหาคม 2012

แสดงความคิดเห็น

* ต้องกรอก
* ต้องกรอก

  1. ชื่อเดิมของผีตาโขนคือ “ผีตามคน” ครับ เรียกกันจนเพี้ยนมาเป็นผีตาโขน

    โดยคุณ : คอมิเกะ เขียนเมื่อ 12 สิงหาคม 2012 เวลา 10:06, IP : 115.67.193.xxx