“ห้อง407” โรงแรมผีหลอนๆแถวพัทยา

หน้าแรก/เรื่องผีๆ/“ห้อง407” โรงแรมผีหลอนๆแถวพัทยา
“ห้อง407” โรงแรมผีหลอนๆแถวพัทยา

เริ่มเรื่องเลยนะคะ…ช่วงเดือนตุลาคม เราต้องเข้าฟังการการประชุมวิชาการ
เครือข่ายวิศวกรรมเครื่องกลแห่งประเทศไทยวันที่ 16-18 ตุลาคม 2556
แต่ไม่ได้นำเสนอบทความนะคะ ไปเอาข้อมูลการทำงานวิจัยค่ะ และงานนี้
จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานีพัทยา (อันนี้ขอเอ่ยชื่อนะคะ เพราะไม่ใช่โรงแรมที่เกิดเหตุ)
ตอนแรกดีใจมาก…ว่าภาควิชาต้องพาไปพักโรงแรมนี้ แต่แล้วก็ต้องสิ้นหวัง
เมื่อเราต้องไปพักโรงแรมอื่นที่อยู่ใกล้ๆ พวกเราทั้ง 24 คนพร้อมเดินทางไปพัทยา
ด้วยรถตู้แต่แยก 2คันค่ะ 13คนแรกไปคันที่หนึ่ง ส่วนเรานั่งคันที่สองกับสมาชิกอีก 10 ท่าน

เดินทางถึงโรงแรมประมาณ 4ทุ่มค่ะ ตอนเข้ามาข้างในเราก็ยกมือไหว้ศาลพระภูมิ
หน้าโรงแรมเพื่อขอให้ท่านดูแลปกปักรักษาและในช่วงนั้นประเทศไทยเรามีพายุเข้า
ฝนตก ฟ้าผ่า ไฟดับ บิวท์มากอ่ะบรรยากาศ โรงแรมเข้าไปจากซอยถนนใหญ่ประมาณ
1 กิโลกว่าๆค่ะ ลักษณะโรงแรมเป็นตึกคล้ายๆอพาร์ทเม้นท์ มีสระว่ายน้ำข้างหลัง
ลิฟท์ที่ขึ้นไปก็แคบๆ เข้าได้ไม่เกิน 4คนค่ะ เมื่อถึงชั้น 4 สิ่งที่พบเห็นระหว่างทางคือ
น้ำฝนที่สาดเข้ามา เจิ่งนองไปหมด ไฟกระพริบๆ ตกๆ ดับๆ โอ้โห้…บิวท์เข้าไปอีก

เราได้พักกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งค่ะเป็นหนึ่งในอีกทีมที่ต้องนำเสนอผลงาน ซึ่งห้องต้นเรื่องคือ
ห้อง “407” เราเป็นคนไขกุญแจเข้าไปในห้อง แวบแรกที่เข้าไป ในใจก็คิดว่า
“คืนนี้ตรูเจอแน่ๆ” 5555555 แต่เราไม่ได้บอกพี่เขานะคะ วางของไรเสร็จ จัดห้องเสร็จ
เดินเช็คโน่นนี่นั่นเสร็จ ก็อาบน้ำต่อเลยค่ะ ง่วงนอนมาก เพลียสุดๆ เพราะเดินทางมาทั้งวัน
ลืมบอกไปค่ะ ห้องนี้เป็นเตียงเดี่ยว เพราะฉะนั้นเรากับพี่ต้องนอนเตียงเดียวกัน
แต่พระเจ้าช่วย…ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ พี่ผญ.คนนั้นบอกว่า
“เดี่ยวพี่ขอไปซ้อมนำเสนอผลงานพรุ่งนี้กับเพื่อนอีกห้องก่อนนะ” แล้วนางก็จากเราไป
ปล่อยให้เราอยู่ห้องเจ้าปัญหานั้นคนเดียวเปลี่ยวสุดๆ ไอ้เราก็คิดว่า
“หึหึ เอาอีกและ ทิ้งตรูซะแล้ว” คือบอกตรงๆค่ะ…คืนนั้นกลัวมาก ไม่รู้เพราะอะไร
ก็เลยลดความกลัวลงด้วยการเปิดทีวีดังๆนอน แข่งกับเสียงแอร์ในห้องที่ดังราวกับโรงน้ำแข็ง
และเปิดไฟทุกหลอดในห้อง ก่อนที่จะสวดมนต์ไหว้พระแผ่ส่วนกุศล
ซักพักด้วยความง่วงเราผลอยหลับไป…

"ห้อง407" โรงแรมผี

ในระหว่างที่เรานอนสภาพอากาศข้างนอกโรงแรม ฝนตกแรงมากๆ ฟ้าผ่าดังสุดๆ
แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราตื่นแต่ก็ได้ยินอยู่แว่วๆสำหรับเสียงฟ้าค่ะ เวลานอนของเราก็ผ่านไป
จนกระทั่งเรามาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าผ่าแรงมาก ตอนนั้นก็เป็นเวลาประมาณตีสามกว่าๆ
เมื่อเรากำลังดูเวลาจากมือถือ อยู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ
เสียงชักโครกในห้องน้ำดังขึ้น เสียงฟักบัวในห้องน้ำถูกเปิด น้ำไหล…แล้วก็ถูกปิด…
ณ จุดๆนี้เราคิดว่าพี่ผญ.คนนั้นคงกลับมาจากห้องเพื่อนแล้ว คงจะเข้าห้องตอนเรานอนอยู่
ก็เลยคิดว่าจะไม่นอนต่อ รอพี่คนนั้นออกจากห้องน้ำ แล้วค่อยนอนพร้อมกัน
ไอ้เราก็นอนรอ 5 นาทีก็แล้ว 10 นาทีก็แล้ว ทำไมพี่เขายังไม่ออกมาอีกฟร่ะ
หรือว่า ปลดทุกข์… เราก็รออีก 10 นาที ก็ไม่มีใครออกมาจากห้องน้ำเลย…
ตอนนั้นสติแตกแล้ว กลัวมาก คือ บรรยากาศตอนนั้นมันให้มากค่ะ เย็นๆเยือกๆ
หนาวๆ ฝกตกฟ้าร้อง ในระหว่างที่เราตกใจอยู่นั้น อยู่ๆไฟในห้องดับ!!!
โอ้โหว…มาดับอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้ บอกเลยว่าแทบช็อค เรานอนช็อคบนเตียง
ทำไรไม่ถูกเลยค่ะ ซักพักประมาณเกือบ 1 นาที (1 นาทีเหมือน 1 ปี นานแทบขาดใจ)
ไฟมาค่ะ เราคลุมโปงด้วยความกลัวแล้วก็หลับไปแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น อยู่ๆ
เราก็เห็นผญ.คนหนึ่งผมยาว ใส่ชุดสีขาวเดินออกมาจากห้องน้ำ เดินมาทางเตียงเรา
และเดินมาฝั่งที่เรานอน แล้วก็ยื่นหน้าลงมาใกล้เรา มองเราแล้วยิ้ม
แล้วก็หายตัวไป แล้วเราก็หลับต่อ อันนี้หลับแบบหลับเลยค่ะ…

พอตื่นเช้ามา พบว่าไม่มีใครนอนที่เตียง ซึ่งแสดงว่าพี่ผญ.คนนั้นไม่ได้กลับมานอน
ซักพักนางเปิดประตูเข้ามา ด้วยกุญแจห้องอีกดอกค่ะ เราเลยถามว่า
“เมื่อคืนพี่ได้เข้ามาในห้องป่ะ? ช่วงเวลานี้ๆๆๆๆ” เราก็อธิบายและถามไป
พี่เขาตอบมาว่า “ไม่หนิ เมื่อคืนพี่นอนกับเพื่อนไม่ได้เข้ามาเลย” หึหึ
คำตอบของพี่แก เป็นเครื่องยืนยันว่า สิ่งที่เห็นเมื่อคืนเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไปเอง
เราไม่ได้เล่าให้พี่เขาฟังค่ะ พอพี่เขาตอบเราเสร็จพี่ก็เลยเข้าไปอาบน้ำ
เราเลยใช้เวลานี้สวดมนต์และแผ่ส่วนกุศลให้ผญ.ท่านนั้นไปค่ะ
ดูทรงแล้วท่านคงอยากได้ส่วนกุศลค่ะ เลยอยากให้เราสวดมนต์ให้
ส่วนประวัติของโรงแรมอันนี้เราไม่ได้ถามค่ะ ไม่กล้าถาม กลัวถูกหาว่าบ้า T T

เช้าวันนั้นเราตัดสินใจว่า จะไม่อาบน้ำจะไม่ไปในงานด้วย เพราะขี้เกียจ
อีกใจก็อยากให้เขาเปลี่ยนโรงแรม เพราะนอนที่นี่ไม่ไหวแล้ว…กลัวมากอ่ะ
สุขภาพจิตเสียสุดๆ …สุดท้ายแล้ว ทางภาควิชาให้เปลี่ยนโรงแรมได้ค่ะ
ดีใจมากๆๆๆ รอดแล้ว บอกเลยค่ะถ้านอนอีกวัน ตายแน่ๆ ช็อคชัวร์ๆ
ส่วนโรงแรมที่สองไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ นอนหลับสบายใจ ^^

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/31594830