โรงแรมผี…ในเมืองสุพรรณ

Home / เรื่องผีๆ / โรงแรมผี…ในเมืองสุพรรณ

เรื่องเจอผีในโรงแรม เกิดขึ้นตอนจบมัธยม 6 เราก็ได้ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆนี่แหละ
แต่ยังไม่ถึงทะเล ดึกแล้วเราก็เลยแวะพักกันที่ โรงแรมหนึ่งในจังหวัดสุพรรณ
โรงแรมนี้เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ มีประมาณ8ชั้น ถ้าจำไม่ผิด
มีต้นไม้เรียงแถวอยู่หน้าโรงแรมดูสวยดี ดูภายนอก บรรยากาศดีมากเลยทีเดียว
แต่พอเราเข้าไปเท่านั้นแหละ พอเช็คอิน (เราไปกันเยอะได้ 2ห้อง อยู่ตรงข้ามกัน)
ตอนกำลังจะขึ้นลิฟท์ คือเห็นสภาพลิฟท์แล้วแบบ รู้เลยว่าเก่ามาก
บันไดทางขึ้นอยู่ข้างลิฟท์มันมืดมากๆ ไม่มีการเปิดไฟใดๆเลย
และเริ่มสะกิดใจนิดๆแต่ยังไม่ได้คิดอะไร เราเป็นคนถือกุญแจ

พอขึ้นลิฟท์มาถึงชั้นที่เราพัก เราก็เดินมุ่งตรงไปยังห้อง ซึ่งห้องที่เราพัก
จะเป็นห้องริมสุดของชั้น อีกห้องก็อยู่ตรงข้ามเรา เดินผ่านมาแต่ละห้อง
เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอเราเดินมาหยุดตรงห้องของเราเท่านั้นแหละ
เรารู้สึกขนลุกจะร้องไห้และไม่กล้าเข้าห้อง แบบมากๆแต่ตอนนั้นเราก็ไม่เห็นอะไรนะ
ก็ไม่แสดงท่าทีว่ากลัวอะไรหรอก แต่ข้างในรู้สึกแย่มาก
เราก็เลยเอากุญแจให้เพื่อนที่เดินตามมา ให้เปิดห้องเอง 5555 แต่เพื่อนก็รู้แล้วแหละ
ว่ามันไม่ปกติ แต่เพื่อนก็ใจกล้าไปเปิดห้อง พอเข้าห้องไป เราก็เป้นคนสุดท้าย
ที่เดินเข้าห้อง ห้องเราพักกัน 3คน เพื่อนคนแรกที่เปิดประตูห้อง ก็เข้าไป
พร้อมกับพยายามพูดในสิ่งดีดี ว่าไม่มีไรหรอก เปิดทีวีดูกันเถอะ เปิดแอร์ๆ
เห้ยเตียงนุ่มนะ อะไรงี้ เพื่อนคนแรก เดินไปเปิดม่านหน้าต่างกะดูวิวเมืองสุพรรณตอนกลางคืน

เพื่อนคนที่สองกำลังเปิดแอร์ ส่วนเราเดินเข้ามา มองห้องค่ะ กวาดสายตาในห้องทั้งหมด
เริ่มไม่โอเค มันอึดอัดอยากร้องไห้ ตั้งแต่ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ที่อยู่หน้าห้อง และมองไปที่หน้าต่าง
ที่เพื่อนกำลังเปิดม่านพอดี ป้าดดดดด เห้นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40-50
ยืนอยู่นอกหน้าต่าง มองเข้ามาแบบมาทำอะไรกันนนน  แต่ไม่อยากบอกเพื่อน
เพราะเพื่อนคนที่2เป็นคนที่กลัวมากๆๆ เลยคิดว่าไม่มีไรมั้ง เราเลยบอกเพื่อนคนที่1
ว่าปิดม่านเถอะ มาดูทีวีกัน เราก็เปิดทีวีค่ะ แต่ปุ่มเปิดทีวีอะ มันกดไม่ได้ เราเลยหารีโมทกัน
และก็ไปเจอตรงเตียงใต้ผ้าห่ม ก็เปิดทีวีดู จากนั้นเราก็บอกเพื่อนว่าเอาเตียงมาติดกันเถอะ
เราเริ่มยกเตียงกันค่ะ รู้สึกว่ามัน หนักมากกกกกกกกกก ยกไม่ขึ้นเลยสักนิด
นี่ยกแต่เตียงนุ่มๆข้างบนนะ ก็เหนื่อยสิคะ เราก็ลองย้ายที่กันมุมนั้นมุมนี้ ลองยกดู

เรื่องผีในโรงแรม

ที่นี้ค่ะ มันก็เลื่อนมานิดหนึ่ง  เราก็เห็นรอยปากกาเขียนติดอยู่ตรงเตียงข้างล่าง
ที่เอาไว้รองเตียงนุ่มๆอะคะ  เราก็ไม่รอช้าค่ะ อ่านเลย แต่ตัวหนังสือ
เป็นแบบตัวหนังสือเด็กน้อยมาก ขยุกขยิกไปมา เราสัญนิษฐาน ว่าถ้าไม่ใช่ตัวหนังสือเด็ก
ก็คงเป้นผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยมีแรงจะเขียนอะ
และมันเขียนว่า “นุ่น ถ้าป้าไม่ตาย ป้าจะไปรอที่ทะเล”
คือบรรยากาศมันวังเวงมากๆตั้งแต่เรา3คนก้าวเข้าห้องละคะรู้สึกเหมือนกันหมด
แต่พยายามไม่พูดอะไรเท่าไร แต่พอมันมาขนาดนี้ มันก็ยิ่งทำให้น่าขนลุกมากๆ
เพื่อนคนที่2คือวิ่งออกจากห้องไปเลย ไปหาเพื่อนที่ห้องหนึ่งที่อยู่ตรงข้าม
เรากับเพื่อนอีกคนก็วิ่งตามไปเหมือนกัน ทิ้งของทุกอย่างไว้ในห้องนั้น พอมาอยู่ห้องเพื่อน
รู้สึกแตกต่างมากๆ บรรยากาศมันคนละอย่างกันเลยค่ะ พอรู้สึกโอเคขึ้น

เพื่อนที่อยู่อีกห้องหนึ่ง ก็อาสา มาเอาของเอากระเป๋า และ หมอน! จากห้องนั้นมาให้
เพื่อนที่เข้าไปเอาของให้ ก็บอกว่า เข้าไปอึดอัดมากอยากร้องไห้เหมือนกัน
จากนั้นเราก็นั่งคุยกัน เราก็เอาหมอนจากห้องนั้นมาหนุนนอนดูทีวี สักพักเราก็เริ่มได้กลิ่น
เหม็นๆจากหมอน ซึ่งเราก็เอาให้เพื่อนดมว่า มาจากหมอนใช่มั้ย เพื่อนก็ว่าใช่ละ
ก็เริ่มมองหน้ากัน และเอาหมอนไปพิงไว้กับผนังห้องที่ปลายเตียง จากนั้น
เราก็คุยเล่นกันปกติพยายามไม่คิดไรมาก เวลาผ่านไปทุกคนก็เริ่มหลับกันคะ
เหลือเราและเพื่อนอีก2คนดูทีวีกันอยู่ เราก็หันไปดูหมอนที่พิงไว้ เพราะก่อนหน้านั้น
เราก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรขยับบริเวณนั้น เราก็จ้องสักพัก เราก็เห็นเงาของหมอนค่อยๆยุบลง
แต่สภาพหมอนปกติมากๆ เรานี่แบบสติกระเจิงอีกรอบแต่พยายามนิ่ง

แบบร่างกายนิ่งแต่จิตวิ่งไปแล้ว5555 จากนั้นบอกเพื่อนค่ะ กูนอนละนะ
เพื่อนก็บอกว่าเคๆนอนพร้อมกัน ก็เปิดไฟนอนกันค่ะ ยัดกันประมาณ8คนใน2เตียง
รู้สึกอบอุ่นมาก และดีมากในตอนนั้น สักพักเราก็เริ่มหลับไป และสะดุ้งตื่นเพราะ
มีคนไอค่ะ ไอดังและนานมาก ทีแรกเรานึกว่าเพื่อนมั้ง แต่แบบมันเริ่มดังขึ้นๆเรื่อย
เราก็กลัวละ เพราะเพื่อนข้างๆเราก็ไม่ตื่นกันเลย ทั้งที่ดังมาก เราก็เลยพยายาม
นอนต่อหลับตาไปละก็หลับไปจนถึงเช้า ตื่นมาถามเมื่อคืนมีคนไอมั้ย
เพื่อนว่าไม่มีและไม่ได้ยินด้วย แค่นั้นเราก็รู้ละ ก็เลยรีบเก็บของกัน

และออกจากโรงแรมนี้ให้เร็วที่สุด  บอกกันเก็บของเช็คของให้ครบ
เราจะไม่มีการเข้าห้องนี้อีก ใครลืมของอะไรไว้ไม่ค่อยสำคัญมากก็ทิ้งเลย 555555
จากนั้นก็บ้ายบายโรงแรม

 

ขอคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/33976603