“ลิฟท์สะพรึง” ผีกับนักศึกษาแพทย์

หน้าแรก/เรื่องผีๆ/“ลิฟท์สะพรึง” ผีกับนักศึกษาแพทย์
“ลิฟท์สะพรึง” ผีกับนักศึกษาแพทย์
เมื่อพูดถึงเรื่องลี้ลับของโรงพยาบาล หากละเลยไม่กล่าวถึงเรื่องลิฟท์ในโรงพยาบาลแล้ว
คงจะขาดสีสันไปสักอย่าง และในโรงพยาบาลที่ผมได้ร่ำเรียนในชั้นคลินิกนี้ สมัยก่อนก็มีลิฟท์
ที่ก่อให้เกิดเรื่องเล่าเช่นกัน ดังเช่นที่พี่พล รุ่นพี่คณะเดียวกันได้ประสบเหตุด้วยตัวเองพี่พลเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 ขณะนั้นพี่พลได้ฝึกงานอยู่ที่แผนกหนึ่ง ซึ่งแผนกนั้น
อยู่ในตึกที่มีความสูงมากถึง 15 ชั้น ดังนั้นการจะขึ้นตึกชั้นสูงๆ คงต้องพึ่งพาลิฟท์
มากกว่าบันได เพราะนอกจากจะประหยัดแรงแล้วยังประหยัดเวลาอีกด้วย ทีนี้ในสมัยก่อนนั้น
มีลิฟท์อยู่ตัวหนึ่งที่ค่อนข้างเก่า ปกติแล้วในเวลากลางคืนจะไม่ค่อยมีคนขึ้น
เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการค้างแล้วยังมีเรื่องประหลาดๆ เช่น มีคนแปลกหน้าเข้ามาในลิฟต์
แล้วอยู่ๆ ก็หายตัวไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ในเวลากลางคืนไม่ค่อยมีใครใช้ลิฟท์ตัวนี้สักเท่าไรคืนนั้น…พี่พลต้องขึ้นเวรในเวลาประมาณสองทุ่ม เมื่อพี่พลเดินไปถึงลิฟท์เพื่อต้องการขึ้นไป
ยังชั้นที่ตัวเองต้องการ  ‘ขออภัย ลิฟท์ขัดข้อง’ คือป้ายกระดาษที่ติดอยู่หน้าลิฟท์สองตัว
หมายถึงเหลือเพียงแต่ลิฟท์เก่าเจ้าปัญหาที่ยังสามารถใช้การได้

“อะไรวะ ? ลิฟท์เสียทีละสองตัว” นักศึกษาแพทย์หนุ่มบ่นพลางเดินเข้าลิฟท์ตัวที่เก่า
แต่ยังสามารถใช้งานได้ โดยที่จริงแล้ว หากตอนนั้นพี่พลยอมเดินขึ้นบันไดอาจจะรอด
พ้นเคราะห์ร้ายที่กำลังจะประสบ ว่าที่แพทย์หนุ่มก้าวเข้าในลิฟท์ มือเอื้อมไปกดปุ่มตัวเลข
ที่เป็นชั้นจุดหมายปลายทาง แต่ก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดเข้าหากัน พี่พลต้องรีบกดปุ่มเปิดประตู
เนื่องจากมีหญิงชรากำลังเดินตรงมาทางลิฟท์

“ไปไหม ยาย” พี่พลชวน ดีเสียอีกจะได้มีเพื่อนร่วมทาง
“ขอบใจหลาน ยายไม่ไปหรอก” ยายแก่พูดพร้อมมองหน้านักศึกษาแพทย์ผู้มีใจอารี
คุณยายฉีกยิ้มกว้างจนเห็นหมากสีแดงเข้มเกรอะเต็มปาก ชายหนุ่มพยักหน้า
พร้อมกดลิฟท์ให้ปิด จากนั้นลิฟท์จึงขยับช้าๆ เคลื่อนขึ้นสู่ด้านบน

‘กิ๊ง’ ลิฟท์หยุด ตัวเลขระบุชั้นสอง พี่พลรู้สึกดีใจที่จะมีเพื่อนร่วมทาง ประตูลิฟท์เปิดออกช้าๆ
ที่หน้าลิฟท์…ยายแก่คนเดียวกับที่เจอชั้นล่างยืนยิ้มอยู่ ในปากเขรอะไปด้วยหมากสีแดง

“อ้าว! ยาย ? ไปด้วยกันไหมครับ” นักศึกษาแพทย์หนุ่มเอ่ยชวนอีกครั้ง
คราวนี้ยายไม่ตอบแต่ส่ายหน้าช้าๆ ปากยังยิ้มเห็นฟันอยู่เช่นเดิม

ประตูลิฟท์ค่อยๆปิดลงอีกครั้ง
‘สงสัยยายคงขึ้นแค่ชั้นสองเลยไม่ใช้ลิฟท์ ประหยัดไฟดีจริงๆ
แต่ลิฟท์นี่มันช้ามาก ขนาดคุณยายยังเดินขึ้นมาทันเลยแฮะ’ หนุ่มพลคิดติดตลก
‘กิ๊ง’ ตัวเลขแสดงชั้นสาม พร้อมกับประตูหน้าลิฟท์ค่อยๆ เปิด
ที่หน้าประตูลิฟท์ ยายแก่คนเดิมยืนฉีกยิ้มกว้าง! ในปากเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำหมากสีแดงสด!?ไวเท่าความคิด พี่พลรีบกดปุ่มปิดประตูทันที ขนอ่อนบริเวณต้นคอลุกชูชัน
“เฮ้ย! ถ้าเกิดลิฟท์มันเปิดทุกชั้น จะทำยังไงวะ” ชายหนุ่มถามตัวเอง
ด้วยเพราะอีกไกลกว่าจะถึงชั้นที่เป็นจุดหมาย‘กิ๊ง’ ประตูลิฟท์เปิดอีกครั้งที่ชั้นสี่
ยายคนเดิมยืนอยู่เบื้องหน้า คราวนี่ไม่ยิ้ม แต่ใบหน้าบึ้งตึง!
มุมปากมีน้ำหมากย้อยไหลเป็นทาง!?

ชายหนุ่มรีบกดประตูปิดอีกครั้ง

แต่ทว่า…
หญิงชราลึกลับ เอามือจับประตูลิฟท์ไม่ให้ปิด จากนั้นยายจึงก้าวเท้าเข้าข้างใน
พี่พลยืนขาสั่น ขนทั่วร่างลุกซู่ นั่นเพราะบัดนี้หญิงชรากำลังยืนอยู่ข้างๆ ห่างตัวเขาเพียงไม่กี่คืบ!

ลิฟท์ปิดสนิท จากนั้นจึงเคลื่อนตัวขึ้นด้านบน ความรู้สึกของพลในเวลานั้น
เหมือนลิฟท์จะขยับด้วยอัตราเชื่องช้ายิ่งกว่าเต่าคลาน พี่พลหลับตาปี๋ ใจเต้นโครมคราม
ไม่นึกไม่ฝันว่าจะต้องมาอยู่ในลิฟท์แคบๆ กับคุณยายที่ทั้งประหลาด ทั้งน่ากลัว

“ฮิ…ฮิ…ฮิ…” เสียงหัวเราะเย็นเยียบ เจ้าของเสียงจะเป็นใครที่ไหนไปไม่ได้
นอกจากหญิงชราเคี้ยวน้ำหมาก
“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต นะโมตัสสะ ภะคะวะโต” ชายหนุ่มเริ่มท่องสวดมนต์
แต่เขากลับท่องวนไปวนมา เสียงสั่น ปากคอสั่น หลับตาปี๋

เรื่องผีในลิฟท์

‘กิ๊ง’ อะไรกันอีกว้อย! ลิฟท์จอดอีกแล้ว!? หนุ่มเคราะห์ร้ายนึกสบถ ลืมตามองเบื้องหน้า
ราวกับสวรรค์โปรด ตัวเลขระบุชั้นที่เป็นจุดหมาย ด้านนอกลิฟท์ก็เป็นชั้นที่เขาตั้งใจจะมาขึ้นเวร
พี่พลวิ่งพรวดออกนอกลิฟท์ทันที แต่ก็ยังไม่วายหันกลับไปมองด้านในลิฟท์

ไม่มียายแก่หรือใครสักคน!?
ทว่าพี่พลไม่คิดจะวิเคราะห์สิ่งใดต่อ ชายหนุ่มวิ่งรวดเดียวถึงห้องพักแพทย์เวร

“อ้าว ? พล ? เป็นไงทำไมเหงื่อแตกหน้าซีดล่ะ หิวข้าวเหรอ ?”
พี่สตาฟท์หมอที่อยู่เวรทักด้วยคำถาม
“พี่ครับ…พี่ขึ้นมาจากชั้นล่างยังไงครับ” พลถามเสียงสั่น

“ถามแปลกๆ ก็เดินขึ้นมาสิวะ” รุ่นพี่ตอบแล้วจึงหันไปสนใจหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ
“เฮ้ย! หรือว่าเอ็งขึ้นลิฟท์มา” ทว่ารุ่นพี่เกิดฉุกใจได้ เขาเงยหน้าขึ้นถามพลอีกครั้ง

“ใช่ครับพี่ ผมขึ้นลิฟท์มา” ชายหนุ่มตอบ ใจหวิวๆ คล้ายจะเป็นลม
“แล้วขึ้นตัวไหน ?”

“ตัวริมด้านนอกครับ ตัวเก่าๆ น่ะ ก็ตัวอื่นมันเสีย” ตอนนี้ นอกจากเสียงของพี่พลที่สั่นไม่หายแล้ว
มือขาก็ยังสั่นตามกันไปหมด
“เฮ้ย! เอ็งไม่รู้เรอะว่าลิฟท์ตัวนั้นน่ะ…” คราวนี้เสียงรุ่นพี่เริ่มสั่นบ้าง

“ท…ทำไมครับ ?”
“เมื่อเดือนก่อนมียายคนนึงไม่สบายมาก หมอเลยให้ย้ายจากชั้นบนมาอยู่ไอซียู
ทีนี้ไอ้ลิฟท์ตัวนั้นเกิดค้างเข้าให้ ยายแกก็มาทรุดเอาในลิฟท์ พยาบาลจะช่วยก็ลำบาก
สุดท้ายต้องปั๊มหัวใจกันในลิฟท์” รุ่นพี่เล่าพลางเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความหวาดระแวง

“สุดท้ายแกตายในลิฟท์”
“ตอนยายแกตายน่ะเลือดทะลักออกเต็มปาก ใครไม่รู้ไปแซวอีกว่า ตายแล้วยังกินหมาก”

“หลังจากนั้น ใครขึ้นลิฟท์ตอนกลางคืนก็เจอยายแกบ่อยๆ
จนเดี๋ยวนี้ไม่มีใครขึ้นกันแล้ว นี่คงเจอมาล่ะสิ” รุ่นพี่ทิ้งท้ายการเล่าด้วยคำถามที่น่าจะเดาคำตอบได้
“ครับพี่” พี่พลทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ เมื่อเดือนก่อน เขาออกไปฝึกงานต่างจังหวัด
จึงพลาดข่าวสำคัญนี้ไป

คืนนั้น สองหมอรุ่นพี่รุ่นน้องจึงเกิดอาการตัวติดกัน ไปไหนไปด้วยกันตลอด
สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดาเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก
โดยตอนที่สองหนุ่มจะกลับบ้าน กลับหอนั้น

…แน่นอนครับ พวกเขาเลือกที่จะลงบันได

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35637062