เรื่องสยองผีมหาลัย สามสาวปริศนา

หน้าแรก/เรื่องผีๆ/เรื่องสยองผีมหาลัย สามสาวปริศนา
เรื่องสยองผีมหาลัย สามสาวปริศนา

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ปี 2546
จะมีคนลงเรียนซัมเมอร์อยู่ไม่กี่คน บรรยากาศภายใน มอ และรอบๆ
ก็เลยดูเงียบเหงากว่าปกติ เพื่อนๆ ในกลุ่มที่ลงเรียนผู้ชายก็มีผมกับเป้ และเพื่อนผู้หญิงอีก 4 คน

เสาร์-อาทิตย์นั้น เป้กับเพื่อนอีกคนต้องไปเข้าค่ายอาสา เลยเหลือผม กับเพื่อนผู้หญิงอีก 3 คน
รวมเป็น 4 คน เย็นวันเสาร์พวกเราที่เหลือเลยนัดรวมตัวกันที่โรงอาหาร แต่กับข้าวดูไม่น่าสนใจ
เลยจะไปกินหมูกระทะกัน ร้านที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ทางทิศเหนือของมอ ซึ่งเราต้องเดินไปเท่านั้น

ไม่มีรถสองแถวผ่าน จากจุดนัดพบ เราเดินไปที่ประตูใหญ่ระยะทาง 200 เมตร
ช่วงนี้ยังมีไฟสว่างอยู่ แต่พอเลี้ยวขวาตรงประตูใหญ่ไปทางหลังมอนี่ไม่มีไฟถนนแล้ว
จะมีไฟอีกดวงก็ค่อนข้างไกลราวๆ 400-500 เมตรเห็นจะได้ และเป็นไฟนีออน

พวกเราก็เดินเลาะริมรั้วมหาลัยไปเรื่อยๆ อาศัยแสงสว่างจากสปอร์ตไลท์ที่สนามกีฬา
ยังช่วยพอให้มองเห็นทางได้บ้าง มอนี้เป็นวิทยาเขตใหม่ที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งได้ไม่นาน
ถนนหนทางที่เพิ่งตัดขยาย สภาพยังใหม่ๆ ข้างทางยังเป็นป่าละเมาะอยู่เลย

ความยาวจากไหล่ทางไปจนถึงริมรั้วของมหาลัยเลยนี่ประมาณ 50 – 60 เมตรครับ
จัดว่ากว้างพอสมควร แล้วก็เป็นป่าละเมาะ (พุ่มไม้เตี้ยๆ) ไปตลอดแนว
ส่วนทางด้านฝั่งซ้ายของถนนนั้นเป็นป่าเต็งรัง ทอดยาวไปจนสุดเขตมหาวิทยาลัย

ต่อจากนั้นจะเริ่มเป็นบ้านคนแล้ว มีร้านอาหารมากมาย แต่ช่วงซัมเมอร์นี้นานๆ
ทีจะมีรถวิ่งผ่าน ถึงแม้เส้นทางนี้พวกเราจะเคยเดินมาบ่อย แต่พอเงียบๆ
อย่างนี้แล้วก็ยังดูวังเวง น่ากลัวชอบกล

“นู่นไง มีคนเดินสวนมาแล้ว” เพื่อนคนหนึ่ง อุทานพร้อมชี้นิ้วให้พวกเราดู
มองไปไกลๆ เหมือนมี น.ศ. ผู้หญิง 3 คนกำลังเดินสวนทางมา
พวกนั้นเดินเรียงหน้ากระดานมาเกือบจะเต็มถนน และไม่หลบ พวกเราเลยต้องเดินเรียง 1 สวนไป

และผมอยู่หลังสุด จังหวะที่สวนกันนั้น เหมือนจะโดนลมปะทะหน้าเข้าจังๆ วูบหนึ่ง
แล้วก็มีกลิ่นเหม็นๆ สาบๆ กระแทกจมูกอย่างรุนแรง เพื่อนที่เดินอยู่หน้าผมหันหลังกลับไปดู
แล้วทำท่าตกใจ ผมก็เลยหันไปดูบ้างแบบอัตโนมัติ ก็ยังเห็นสามสาวนั้นเดินอยู่ปกติ

แต่เพื่อนคนที่หันดูนั้นไม่ได้พูดอะไร รีบวิ่งแจ้นไปทางร้านอาหารเลย ผมก็วิ่งตาม
ส่วนอีก 2 คน เห็นเราวิ่งก็วิ่งด้วย จนถึงร้าน ก็จะเข้าไปกินหมูกระทะกัน
เจอเจ้าของร้านออกมาต้อนรับพอดี เขาจะให้เราไปนั่งโต๊ะใหญ่ เราบอกมาแค่ 4 คน

ขอนั่งโต๊ะเล็กด้านหน้าดีกว่า แล้วป้าแกก็มองๆ ออกไปทางข้างหลังผม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ตอนที่กำลังเพลินกับปิ้งย่าง สังเกตว่า หนิง คนที่วิ่ง ไม่ค่อยกินอะไร เพื่อนถามก็บอกว่า
ไม่ค่อยสบาย แล้วตอนที่จะเก็บตัง ลุงเจ้าของแกมาคุยด้วย ถามว่าเรียนเอกอะไร ยังไง ฯลฯ

แล้วบอกว่าจะขับรถไปส่งเราที่ประตูใหญ่ พวกเราเกรงใจ ตอบไปว่าเดินกลับเองได้
แต่เหมือนลุงจะอยากให้เราขึ้นรถแกไป อ้างว่าจะไปรับของในเมืองพอดี ยังไงก็ผ่าน
พวกเราก็เลยไม่ขัดศรัทธาแก รถลุงเป็นกระบะใหม่ๆ เพื่อนกระโดดขึ้นท้ายรถเลยจร้า
ยัยสองคนนั้นห้าว ทำเล่นเหมือนทหารจะออกรบน่ะครับ

แล้วลุงก็ตะโกนว่า “ใครไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องขึ้นมานะ” แล้วแกก็เหยียบคันเร่งออกไป
แต่พอถึงช่วงกลางๆ รถดันเครื่องดับครับ (จากนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที)
ตาลุงตะโกนในรถโหวกเหวก บ่นอะไรไม่รู้ แล้วหนิง ก็กรี๊ดออกมาอย่างดัง

เพื่อนตกใจ ถามว่าเป็นอะไร หนิงชี้ไปที่ท้ายรถ ผมหันไปดูเห็นผู้หญิง 3 คน ยืนอยู่ติดกับท้ายรถ
มือจับฝาท้ายรถเหมือนดึงไว้ สภาพนี้ใส่ชุด นศ. กันทั้ง 3 คน แต่หน้านี้เละ มีคราบเลือดเต็มไปหมด
ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด ลุงแกก็ขลุกขลักๆ พยายามติดเครื่องรถจนได้ แล้วเลื่อนรถออกไป

แล้วที่ได้ยินดังมาก ตามมาก็คือคำว่า “ช่วยด้วยๆ” ออกมาจาก 3 สาวนั้น
ลุงเลี้ยวเข้ามาส่งพวกเราถึงโรงอาหาร พวกเราขอบคุณลุง แล้วลุงวนกลับไปอีกทาง
ตอนนั้นผมยังตกใจกลัว และสั่นอยู่แทบช็อก ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้

คือเจอผีหลอกจังๆ แบบจะๆ… ถัดจากโรงอาหารจะมีหอพระ พวกเราพากันไปกราบพระ
แล้วก็นั่งสุมหัวกันจนหายกลัว แล้วก็แยกกันไปนอน..

อีก 2 วันต่อมา พวกเรานัดเจอกับเป้ ที่โรงอาหาร แล้วเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
เป้ถึงกับสะดุ้ง “เฮ้ย ใช่พวกนั้นหรือเปล่าวะ ขนลุกว่ะ” “พวกไหนเหรอเป้”
เป้นี่ช่วยงานอยู่ในกองกิจการ น.ศ. นะครับ เขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อหลายวันก่อนมีข่าววงใน

ว่ามี น.ศ.ปี1 ถูกฆ่าข่มขืนตายแล้วหมกศพอยู่ในป่าละเมาะ ที่น่าสลดใจคือ โดนทุบหัว
ตายหมดรวม 3 คน ตามเนื้อตัวก็มีรอยโดนไม้ตี ทั้ง 3 ตายคาชุด น.ศ. แต่เขาปิดข่าวมาก
มหาวิทยาลัยกำลังขยายการศึกษา ถ้ามีข่าวคนคงไม่กล้าส่งลูกหลานมาเรียน เขาสันนิษฐานว่า

คนร้ายคือคนงานก่อสร้าง ที่กำลังก่อสร้างศูนย์กีฬาที่มหาวิทยาลัยนั่นแหละ ตำรวจก็คงตามจับอยู่
รายละเอียดก็ไม่มีอะไรมาก วันต่อมาพวกเราพากันไปทำบุญที่วัดตามระเบียบ…

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35429603