เรื่องเล่า หอพักหลอนๆ จากนักศึกษาสาว

Home / เรื่องผีๆ / เรื่องเล่า หอพักหลอนๆ จากนักศึกษาสาว

เรื่องเล่านี้ผมได้ฟังจากพี่สาวครับ  พี่สาวเล่าว่า ในสมัยที่ เรียนที่ ม.แห่งหนึ่ง ที่ กทม. นั้น
เนื่องจาก ตามปกติ แล้ว นศ.ปี 1 จะพักหอในกัน แต่พอขึ้นปี 2 ก็จะพากันออกไปพักที่หอนอก
ซึ่งพี่สาวผมเองก็เช่นกัน  พี่สาวผมนั้นตัดสินใจเสาะหาหอพักไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง

ได้เจอหอพักแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจาก ม. ไม่ไกลมากนัก เดินทางค่อนข้างจะสะดวก
ถึงหอพักจะสภาพเก่าไปหน่อย คนพักค่อนข้างน้อย แต่พี่สาวผมก็เลือกที่จะพักอยู่ตามลำพัง
ไม่ได้คิดมากอะไร แถมยังรู้สึกดีใจอีกต่างหาก

เพราะแกเองก็เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเงียบ ๆ คนเดียวอยู่แล้ว
ถ้ามีเพื่อนมาพักอยู่ด้วย มีหวังไม่ได้อ่านค้นคว้าหนังสือ ตำราได้อย่างเต็มที่แน่ ๆ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าพี่แกไม่ชอบสังคมหรอกนะครับ แต่พี่แกจะเป็นคนที่จะทำอะไรอย่างเต็มที่

ถ้าจะไปกินเที่ยวกับเพื่อน ก็จะไปกินข้างนอกซะมากกว่า
กลับมาเรื่องห้องที่พี่แกพักก็แล้วกันครับ เข้าเรื่องกันเลย

ในวันแรกที่พี่แกเข้าพักนั้น ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่แกก็ อ่านหนังสือถึงตีสอง
แล้วก็เข้านอนตามปกติ จนมาถึงวันที่สาม แต่ต้องขอบอกก่อนว่า เวลาอ่านหนังสือนั้น
พี่แกจะเปิดโคมไฟแค่ตัวเดียว นั่งอ่านที่โต๊ะญี่ปุ่น ที่กลางห้อง

หันหน้าไปทางหน้าต่างบานเกล็ด ซึ่งหน้าต่างบานเกล็ดนั้นปกติตอนกลางคืน
พี่แกจะปิดล็อกและดึงผ้าม่านปิดลงทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน แกนั่งอ่านหนังสือไปจนถึงเที่ยงคืน
แล้วพักสายตาด้วยการเงยหน้าขึ้นไปมองรอบ ๆ เพื่อลดการปวดเมื่อยคอ แล้วในตอนนั้นเอง

พี่แกก็ต้องสะดุด เมื่อพบเห็นมือสีขาวซีดปริศนาค่อย ๆ
แหวกม่านที่ปิดหน้าต่างบานเกล็ดออกมาอย่างช้า ๆ จนเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีดครึ่งหน้า
ของผู้หญิงคนหนึ่งผ่านผ้าม่าน จ้องมองมาที่พี่แกด้วยสีหน้าเรียบเฉย พี่แกก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่คนแน่ ๆ

เพราะพี่แกนั้นได้ปิดกระจกบานเกล็ดอย่างแน่นหนา คนธรรมดาไม่มีทางเอาใบหน้า
ทะลุกระจกเข้ามาได้แน่ ๆ อีกทั้งด้านนอกหน้าต่างก็ไม่มีระเบียงให้คนสามารถยืนได้
แต่พี่แกก็บอกผมว่า แกนั้นไม่กลัวหรอก เพราะแกเป็นคนมีสัมผัสแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว

แต่อาจจะมากกว่าผมนิดหน่อย ในตอนนั้นแกจึงหลับตาแล้วพูดในใจว่า
“หนูมาพักที่ห้องนี้ เพื่อมาเรียน ไม่ได้มารบกวน เดี๋ยวจะทำบุญไปให้” แล้วพี่แกก็ลืมตา
แกก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นค่อย ๆ ดึงมือกลับ ปิดม่าน หายไป หลังจากวันนั้น
พี่สาวผมก็ไม่ได้เห็นผู้หญิงคนนี้อีกเลย จนกระทั่งเรียนจบ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36471589