ประสบการณ์สยองผีตายโหงตามถึงในโรงเรียน

หน้าแรก/เรื่องผีๆ/ประสบการณ์สยองผีตายโหงตามถึงในโรงเรียน
ประสบการณ์สยองผีตายโหงตามถึงในโรงเรียน

ย้อนไปสมัยที่เราอยู่ ม.4 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในชานเมืองของกรุงเทพ
เพื่อนในชั้นเรียนตกลงกันว่าจะออกค่ายพัฒนาโรงเรียนในชนบท เพื่อเก็บชั่วโมงจิตอาสาให้ครบ
เพื่อนๆทุกคนจึงปรึกษาหารือกันเรื่องจัดค่ายการเป็นอยู่และการเดินทาง ในที่ประชุมสรุปกันว่า
เราจะไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในปราจีนบุรี เราจะเดินทางกันโดยรถไฟ

เพื่อดูบรรยากาศข้างทางและประหยัดค่าใช้จ่าย ทุกคนดูตื่นเต้นและรอคอยค่ายครั้งนี้มากๆ
และวันออกเดินทางก็มาถึง บรรยากาศที่สถานีรถไฟก็จะประมาณว่า
มีเซเลปจากวงการมายามารอขึ้นรถไฟ ทุกคนแต่งตัวให้นำแฟชั่นที่สุดเพื่อที่จะไปอวดน้องๆในค่าย
เราก็แอบขำว่าพวกมึงทำเพื่ออะไร พอถึงเวลาที่รถไฟเทียบชานชาลา พวกเราก็แห่กันขึ้นทันที
แย่งเบียดเสียดกับผู้คน มีทั้งคนไทยและก็เพื่อนบ้าน สรุปคือไปกัน30กว่าคนได้นั่งแค่4-5คนเอง

บรรยากาศในขบวนรถมีลูกเล็กเด็กแดง มีคุณป้าถือตะกร้าไข่แก้บน เสียงน้ำเย็นผ้าเย็นมั้ยคะ
ของแม่ค้าดังมาชัดเจน ถึงแม้แม่ค้าคนนั้นจะอยู่ที่โบกี้อื่น บรรยากาศก็ปกติทั่วไป
แต่เราไปสะดุดที่ชายคนหนึ่งที่มีลายสักเต็มตัวสักไปถึงหน้าผาก
ยืนคุยโทรศัพท์ดังมาก(คุยเป็นภาษาเขมร)เราฟังไม่รู้เรื่องหรอก และที่สำคัญคือพวกกรูรำคาญ

แต่ก็ได้แค่บ่นกับเพื่อนๆว่ารำคาญไอ้เหียกนี่ว่ะ  จนเดินทางมาถึงชุมทางชื่อดังแห่งหนึ่ง
ผู้คนก็ทยอยกันลงจนมีที่ว่างให้พวกเราได้นั่งพักให้หายเมื่อยซักหน่อย หลังจากที่เราได้นั่ง
และซื้อข้าวเกรียบปลาและปลาเส้นทาโร่ กินกันจนอิ่มแล้ว เราก็หลับพักสายตาไปพักนึง

ตื่นมาอีกทีเพื่อนก็ปลุกบอกว่าใกล้ถึงแล้ว ภาพที่เห็นคือสองข้างทางมันคือป่าทั้งนั้นเลยเว้ย
พอรถไฟจอดเรานึกในใจแมร่งเอ๊ย!!! กูจะไปทางไหนดีวะเนี่ย ในจังหวะนั้น
รถไฟกำลังเคลื่อนออก อีมู่ลี่เพื่อนเราตะโกนว่า เฮ้ย!!! จับมันไว้ๆ ทุกสายตาหันไปทางต้นเสียง

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อีมู่ลี่โดนฉกกระเป๋าตัง เรากับพวกเพื่อนๆรีบพุ่งไปคว้าตัวคนร้าย
เพื่อนที่ชื่อ แฮมรีบคว้าคอเสื้อมันได้ บวกกับรถไฟที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออก
คนร้ายมันจึงยอมปล่อยมือจากราวเหล็กแล้วร่วงลงมา พอมันหล่นตุ้บ! มันรีบสะบัดหลุด

แล้ววิ่งข้ามทางรถไฟ ทันใดนั้นก็มีรถไฟที่พ่วงน้ำมันสวนมาพอดีกับจังหวะที่
ขบวนที่เรานั่งมายังไม่พ้นสถานี ทำให้คนร้ายมองไม่เห็นขบวนที่สวนมา และแล้วหายนะก็เกิดขึ้น
คนร้ายโดนรถไฟพ่วงน้ำมันบดขยี้ร่างและศรีษะดังโพล๊ะ!!! เหตุการณ์เกิดขึ้นไวมาก
รถไฟขบวนนั้นก็วิ่งต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนต่างอึ้งกับสิ่งที่เกิด

ด้วยความที่มีเลือดไทยสูง ไทยมุงอ่ะ เราก็เข้าไปดูสภาพศพเท่าที่พอจะจำได้บ้าง
คนร้ายก็คือชาวกัมพูชาคนที่คุยโทรศัพท์ดังๆ ที่เรารำคาญนั่นแหละ หลังจากนั้น
มูลนิธิก็มาทำหน้าที่ของเขาไป เรื่องของคดีความเราไม่ขอพูดถึงละกันนะ

วันนั้นเราก็ได้รับการต้อนรับจากทางโรงเรียนเป็นอย่างดี ไปถึงเราก็จัดแจงที่พัก
ที่พักของพวกเราคือห้องเรียนแล้วร่นโต๊ะนักเรียนไปไว้หลังห้อง กิจกรรมในวันนั้น
เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ภายในใจทุกคนก็ยังช๊อคอยู่ ช่วงกินข้าวเย็นพวกเราอาบน้ำ
และมาประชุมวางแผนกิจกรรมในวันต่อไป ด้วยความที่เราเป็นคนขี้แกล้ง

เราก็เลยพูดแหย่ไอ้แฮมว่า ถ้าไอ้คนเมื่อเช้ามันตามมาหักคอล่ะจะทำไงวะไอ้แฮม
ทุกคนก็ขำกันๆ ไอ้แฮมก็บอกว่ามันเป็นคนไม่ดี ตายๆไปก็ดีแล้ว ทุกคนก็ตกใจกับคำพูดของมัน
บนใบหน้าที่คร่ำเครียดเหงื่อตก หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องเรียนเพื่อไปพักผ่อน

เราแยกตัวออกไปเข้าห้องน้ำหลังอาคารเรียน ในขณะที่ทำธุระส่วนตัวอยู่นั้น
ห้องน้ำข้างๆก็มีเสียงขันตก กีอกๆแก๊กๆ และเสียงน้ำจากก๊อกที่เปิดแรงสุดดัง ซู่ๆ
เราก็เลยตะโกนไปว่า ใครอ่ะ กูเสร็จแล้วให้กูรอป่าวจะได้ขึ้นพร้อมกันแต่ก็ไม่มีใครตอบ

คงจะไม่ได้ยินมั้งเพราะเปิดน้ำดังเหลือเกิน เราก็เลยช่างมัน ง่วงแล้วขึ้นไปนอนดีกว่า
พอเปิดประตูห้องน้ำออกมาพบว่าห้องข้างๆถูกล๊อคด้วยกุญแจสนิมเขรอะ
เราสงสัยว่าจะเป็นเสียงจากที่อื่นแต่เราเริ่มระแวงละ เราก็เดินขึ้นอาคารเรียนเพื่อขึ้นไปนอน

ไอ้แฮมก็เดินสวนออกมาเพื่อไปเข้าห้องน้ำมันยืนจ้องเราและหรี่ตามองเพราะมันสายตาไม่ค่อยดี
หน้าเริ่มถอดสีไม่ทันไรมันก็วิ่งกลับเข้าไปนอนคลุมโปง หายใจรัวๆเหมือนคนเป็นโรคหอบ
เราขนลุกไม่รู้ว่ามันแกล้งเราหรือมันเป็นอะไร เราเลยเรียกเขย่าตัวดึงผ้าห่มเรียกมันเสียงดังมาก
จนเพื่อนคนอื่นๆเริ่มผละจากการแชท การคุยโทรศัพท์กับแฟน มาสนใจเพื่อนสองคน
ที่โวยวายอยู่ในความมืดมุมห้องริมหน้าต่าง

กูอยู่นี่เว้ยเพื่อน เป็นไรวะเราถามไอ้แฮมพร้อมเขย่าตัวเพื่อเรียกสติ
ที่นอน ผ้าห่ม หมอน กระจัดกระจาย เพื่อนคนนึงพยายามเปิดไฟแต่หาไม่เจอสักที
เพราะไม่ชินสถานที่ ไอ้แฮมพูดวนซ้ำว่าๆ พอแล้ว พอแล้ว กูขอโทษ และก็ยกมือไหว้สั่นระริกๆ
ท่าทางเริ่มจะได้สติและพูดรู้เรื่องขึ้น แป๊ก! เสียงสวิซไฟดังขึ้น แต่หลอดไฟดันไม่ติด

ในห้องนี้พอจะมีแสงสว่างจากเสาไฟฟ้าด้านนอกเล็ดลอดเข้ามาบ้าง
จึงทำให้เราเห็นว่าไอ้แฮมมันมองไปทางไหน เราค่อยๆหันตามไปมองช้าๆ ใจเต้นระรัว
ลมหายใจถี่มากๆ เหงื่อในมือเริ่มไหลออกมาเปียกโชก สิ่งที่เราเห็นและไอ้แฮมมองก็คือ

หน้าต่างโล่งๆที่เปิดไว้ เรารู้ละว่าแกล้งกูแน่ๆเลยจะหันมาด่ามันว่า ไอ้สั…ส ด่ายังไม่สุดคำ
ภาพที่ปรากฎคือไอ้แฮมหมอบกราบอะไรบางอย่างที่เป็นรูปร่างผู้ชาย ผิวคล้ำๆ
ลูกตาย้อยออกมาจากเบ้า หัวผิดรูปทรง ชี้มาทางไอ้แฮม พึมพำภาษาแปลกๆ
ยืนอยู่บนโต๊ะเรียนหลังห้องที่กองๆไว้  เลือดไหลมาเป็นทาง เราร้องให้เพื่อนช่วยสุดเสียง

บนอาการของคนหลอนสุดขีด เสียงร้องนั้นคือความทรงจำสุดท้าย
ก่อนที่เราจะรู้สึกตัวอีกทีในตอนเช้า พร้อมกับขันน้ำมนต์และผ้าเช็ดตัววางอยู่ข้างๆ
พร้อมเพื่อนที่มาล้อมเรากับไอ้แฮมอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อนๆทุกคนเล่าว่า
เราไม่ได้สติโวยวายกันอยู่สองคนทีแรกนึกว่าเรากับไอ้แฮมหยอกล้อกัน
(หยอกเหียกไรเสียงกูเอนจอยมากสินะ) จนรู้สึกว่ามันไม่ใช่คนเล่นกัน

เลยไปเคาะกุฏิเรียกหลวงพ่อที่วัดมาช่วยรดน้ำมนต์จนเรากับไอ้แฮมหมดแรงปลุกยังไงก็ไม่ตื่น
พอเริ่มมีแรงเราลุกขึ้นรีบเก็บกระเป๋าทันทีบอกทุกคนว่าไม่เอาแล้วกูจะกลับ เรากับไอ้แฮม
พร้อมเพื่อนๆอีกเกินครึ่งขอลากลับพร้อมเรา เพราะทุกคนต่างจิตใจห่อเหี่ยวตั้งแต่วันแรกที่มา

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นประมาณ2-3วันเราอยากถามในสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอดว่าก่อนหน้านั้น
ไอ้แฮมมันเจออะไรถึงได้มองเราแปลกๆแล้วก็สติแตก เราจึงตัดสินใจรื้อฟื้นความหลัง
ด้วยการถามไอ้แฮม มันเล่าว่าตอนมันเจอเรามันเห็นว่ามีผู้ชายเดินตามหลังเรามาหน้าตาซีดๆ

พอมันจำได้มันก็สติแตก ในระหว่างที่มันโวยวายมันก็เห็นชายคนเดิม เดินอยู่นอกหน้าต่าง
ปากขมุบขมิบพูดไม่รู้เรื่อง (ห้องเรียนไม่มีระเบียงชั้น2)
หลังจากนั้นโรงเรียนเราเลยงดการออกค่ายโดยที่ไม่มีครูที่ปรึกษาไปด้วยทันที

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/37092598