นักพาษ์กหุ่น

Home / เรื่องสยองขวัญ / นักพาษ์กหุ่น

ขอร้องละค่ะ รับหนูเป็นศิษย์ด้วยเถอะนะคะ จะคิดค่าสอนเท่าไหร่หนูทุ่มไม่อั้นเลยค่ะ

นลินเคยกล่าวประโยคนั้นเมื่อเดือนก่อนตอนที่ พีท ชายกลางคนที่รู้จักกันในนามของกัปตันพีท นักพากย์หุ่นระดับโลก ที่เป็นที่รู้กันว่ามีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ กำลังเปิดการแสดงในย่านที่เธออยู่พอดี เสียงพากย์หุ่นของเขาเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เนื่องจากหุ่นของเขาเป็นเด็กผู้หญิง แล้วชายกลางคนที่ทำเสียงเด็กผู้หญิงได้เหมือนเปี๊ยบ ราวกับเวทมนตร์โดยที่ไม่ขยับปากเลยแม้แต่นิดเดียว ก็คงจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

นลินเคยดูการแสดงแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก และใฝ่ฝันมาตลอดว่าสักวันเธอจะทำได้บ้าง เธออยากเป็นนักพากย์หุ่นชื่อก้องโลกอย่างกัปตันพีท

เมื่อกัปตันพีทเดินทางมาถึงที่นี่ เธอจึงพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะเข้าไปขอร้องให้เขาสอนเคล็ดวิชาให้ จนในที่สุดเขาก็ยอมพบเธอตามลำพัง เพียงแต่มีข้อแม้ว่าต้องให้ตุ๊กตาหุ่นของเขาได้คุยด้วย

“มันไม่มีเคล็ดวิชาอะไรทั้งนั้นแหละ” ตุ๊กตาหุ่นเด็กหญิงผมบ๊อบหน้าม้าขยับปากพูดพร้อมยกไม้ยกมือประกอบอย่างเป็น ธรรมชาติ ราวกับมีชีวิต “พูดไปเธอก็คงไม่เชื่อ”

นลินกวาดตามองไปรอบๆ เธอไม่เข้าใจว่าคนมีชื่อเสียงระดับเขาทำไมต้องมาพักอยู่ในห้องมืดๆ ทึมๆ แบบนี้ แถมยังไม่ยอมถอดหมวกกัปตันและเงยหน้าพูดกับเธออีก ไม่ให้เกียรติกันเลย แต่เธอก็พยายามนอบน้อมที่สุด เพื่อจะเอาใจเขา

“หนูสัญญาค่ะ ว่าจะตั้งใจฝึกซ้อมทุกวันตามที่อาจารย์บอกทุกอย่าง , , , ต่อจากวันนี้ไปหนูจะออกแสดงทุกวัน เพื่อแสดงให้อาจารย์เห็นความตั้งใจจริงของหนู”

กัปตันพีทยังคงก้มหน้านิ่ง ในขณะที่หุ่นเด็กหญิงถอนหายใจเบื่อๆ “ตามใจเธอ อยากทำอะไรก็ทำ แต่ฉันไม่รับปากนะว่าจะสอนเธอน่ะ ก็บอกแล้วว่ามันสอนกันไม่ได้”

หลังจากนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา นลินฝึกซ้อมอย่างหนักโดยใช้ตุ๊กตาผ้าธรรมดาในการซ้อม เธอได้ลองไปเปิดหมวกแสดงตามสวนสาธารณะ และแหล่งชุมชนหลายแห่ง จนมีความมั่นใจมากขึ้น แต่ถึงพยายามมากเท่าไหร่ เธอก็ไม่สามารถทำให้หุ่นในมือของเธอดูมีชีวิตจิตใจได้เท่ากับหุ่นของกัปตัน พีท

จนกระทั่งคืนสุดท้ายของการแสดง ก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่อื่น กัปตันพีทอนุญาตให้เธอเข้าพบหลังการแสดงอีกครั้งในห้องเดิม นลินดีใจมาก เธอคิดว่าในที่สุดกัปตันพีทก็ยอมรับเธอเป็นลูกศิษย์จนได้

แต่สิ่งที่เธอพบ กลับเป็นอาการนิ่งเฉ  ย เขายังใส่หมวก ก้มหน้า นั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมในห้องทึมๆ และพูดผ่านตุ๊กตาเช่นเคย

“ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ไม่มีอะไรจะสอนหรอก เพราะมันสอนกันไม่ได้” ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของผู้ที่เหนือกว่า

นลินเริ่มโมโห “แล้วถ้าอย่างนั้นจะให้ฉันเข้ามาคุยทำไมกัน”

กัปตันพีทยังคงก้มหน้านิ่งเงียบ ซ่อนใบหน้าไว้ใต้หมวกใบใหญ่ ในขณะที่ตุ๊กตาเด็กหญิงลอยหน้าลอยตาไปมาฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

หญิงสาวเดินตรงเข้าไปใกล้ “แล้วก็เลิกพูดผ่านตุ๊กตาได้แล้ว ฉันก็เป็นคนเหมือนกับคุณนะ รู้จักให้เกียรติกันบ้างสิ”

ตุ๊กตาเด็กหญิงยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคัก นลินเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินเสียงนั้น ราวกับว่าเป็นเด็กจริงๆ อีกคนก็ไม่ปาน แต่เธอก็กลับโมโหขึ้นมาอีก เมื่อกัปตันพีทยังคงไม่ยอมโต้ตอบ

“ที่จริง เธอนี่ก็ดูเข้าท่าอยู่เหมือนกัน ไหนเข้ามาให้ดูใกล้ๆ หน่อยซิ” หุ่นเด็กหญิงพยักหน้าเรียกนลินให้เข้ามาใกล้อีก

หญิงสาวโกรธเกินจะควบคุม เธอเดินเข้าไปกระชากตุ๊กตาเด็กผู้หญิงออกจากมือของกัปตันพีทแล้วขว้างไปที่ มุมห้อง เขย่าตัวกัปตันพีทให้มองหน้าเธอ

“นี่ อย่ามาพูดจาแบบนี้กับฉัน แล้วก็คุยกับฉันดีๆ ได้แล้ว อย่าเอาตุ๊กตานั่นมาบังหน้าหน่อยเลย จะสอนหรือไม่สอนก็พูดออกมาสิ นี่กัปตัน โอ๊ะ!”

เสียงอุทานสุดท้ายของนลินดังขึ้นพร้อมกับร่างของกัปตันพีทร่วงลงไปกองที่ พื้น หมวกใบใหญ่กลิ้งไปอีกทาง ใบหน้าซีดขาวของกัปตันพีทตาเหลือกค้าง ปากดำสนิท เผยอออก ผิวหนังของเขาแห้งเหี่ยวลงเหลือแต่โครงกระดูกในชั่ววินาทีนั้น

เด็กสาวผงะถอยหลังอย่างตกตะลึง แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดชีวิต เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากอีกด้านหนึ่งของห้อง

“ก็บอกแล้วไง ไม่มีเคล็ดวิชาอะไรทั้งนั้นแหละ”

ตุ๊กตาเด็กหญิงค่อยๆ ทรงตัวลุกยืนขึ้น แล้วหันหน้ามาทางนลิน แสยะยิ้มอย่างน่าขนลุกขนพอง ค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหานลินช้าๆ เบะปากใส่ร่างไร้วิญญาณของกัปตันพีทที่พื้นห้อง

“เจ้านั่นมันก็แค่อุปกรณ์การแสดงของฉันเท่านั้นแหละ”

นลินตาค้าง รู้สึกเหมือนจะเป็นลมด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เธอไม่สามารถขยับตัวได้ ในขณะที่ตุ๊กตาสะบัดหัวตัวเอง แล้วเปลี่ยนหน้าเป็นชายชราหัวล้านเลี่ยน เสียงแหบแตก  พร่า พูดกับร่างของกัปตัน “แต่ตอนนี้ฉันคงไม่จำเป็นต้องใช้เจ้านั่นแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ฉันได้หุ่นตัวใหม่แล้ว” พูดจบเดินเข้าหานลินอย่างรวดเร็ว

เด็กสาวตัวแข็งทื่อ น้ำตาไหลพรากอย่างไม่อาจควบคุม ตอนที่หุ่นปีศาจปีนขึ้นมาบนตัวเธอ แล้วยื่นปากเข้ามา กระซิบที่ข้างหูของนลิน “เธอไง!”