มันตามมาจาก เพชรบูรณ์ 

หน้าแรก/เรื่องสยองขวัญ/มันตามมาจาก เพชรบูรณ์ 
มันตามมาจาก เพชรบูรณ์ 

เรื่องมันผ่านมาค่อนข้างหลายปีละครับ จำได้ว่าตอนนั้นเป็นตรุษจีน ครอบครัวผม
เวลาถึงวันตรุษจีนก็เหมือนวันรวมญาตินั่นละครับ คือคนเยอะมาก พี่ป้าน้าอาเต็มไปหมด
พอไหว้เสร็จก็ถึงวันเที่ยวแล้วพวกเราก็เลือกไปจังหวัดเพชรบูรณ์

เราพักกันที่พักแห่งหนึ่งแถวเขาค้อครับ มันค่อนข้างเลือนลางนะครับ
สำหรับที่พักเพราะหลายปีอยู่ จำได้ว่ามันตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็กๆลูกนึง
มีห้องพักเป็นบ้านหลังเล็กๆหลายหลังอยู่เหมือนกัน มองไปโดยรอบวิวค่อนข้างสวยครับ
ถึงที่พักก็จัดแจงทำอาหารตั้งโต๊ะดื่มด่ำร้องเกะตามประสารวมญาติทั่วไปครับ

พอตกดึก พวกคนโตๆเค้าก็เข้านอนกันหมด เหลือผมพี่ชายผม
และน้องชายกันสามคน(เป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะครับ) ยังนั่งดื่มกันอยู่ คืนนั้นอากาศดีมาก
ผมกะว่าจะนอนมันหน้าห้องพักนี่แหละ เพลินดี แต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นครับ…..

ตอนนั้นประมาณตีสอง ในขณะที่เรานั่งคุยนั่งดื่มกันอยู่ พลันได้ยินเสียงแปลกๆ
ลอยมาตามลมครับ เป็นเสียงสวด!! เสียงเหมือนสวดคาถาอะไรสักอย่างแต่บอกตรงๆ
ผมฟังไม่ออกและค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงสวดในสายพุทธที่ได้ยินตามวัดต่างๆแน่นอน

ภาษามันแปลกๆ ไม่คุ้นแต่ขนลุกครับ ที่สำคัญคือเราได้ยินกันทั้ง3คน เอาล่ะสิ
ตอนได้ยินทีแรกก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอนานเข้าที่นี้มองหน้ากันเลอกลักๆแล้วครับ
มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืด พอพวกเราตั้งสติเพื่อเงี่ยหูฟังให้มันชัด
เสียงนั่นกลับค่อยๆหรี่ลง ๆ ๆ คล้ายๆเราหมุนปุ่มโวลลุ่มวิทยุเพื่อเบามัน เอาล่ะสิ…

คุยกันทั้งสามคนครับว่าเอาไงดี ได้บทสรุปว่า เดินหาสิครับ เดินหาต้นตอเสียง
พวกเราพยายามเดินให้รอบที่พักในความมืด ก็ไม่เจอต้นตอของเสีย มันเหมือน
ลอยมาตามลมอะครับ ทีนี้พอหาไม่เจอ ก็เป็นอันต้องม้วนเสื่อเก็บของเลิกกิน
แล้วเข้านอนเถอะครับ บรรยากาศแบบนี้ต่อไม่ไหวแล้ว ไอ้ผมก็ทีแรกกะจะนอนหน้าห้อง
เจอแบบนี้เข้าไปก็ต้องหอบผ้าหอบผ่อนไปเบียดกับแม่ในห้องละครับ

แล้วกลางคืนก็ผ่านไป ตื่นเช้าอาบน้ำเตรียมตัวออกเที่ยวและกลับบ้านตามปกติ
โดยที่ไม่ได้เล่าอะไรให้ใครฟัง ทีนี้พอเดินออกมาชมวิวหน้าที่พัก มองไปรอบๆ
สายตาผมก็พลันเห็น…….วัดครับ! ห่างออกไปสักกิโลนึงได้มั้ง

เมื่อวานที่มายืนมองก็ไม่เห็นนะ หรือไม่ได้สังเกตก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ซึ่งมันก็อาจจะเกี่ยวโยงหรืออาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนก็ได้ ตรงนี้ผมไม่แน่ใจนะ
หลังจากนั้นน้องชายมันก็ไปได้เรื่องมาเล่าให้ฟัง มันบอกว่า ที่เนี่ยเคยมีคนเจอถึงขนาดที่ว่า
มายืนโบกมือบ๊ายบายหน้าที่พักตอนกลับออกไป หรือตามออกไปส่ง
ยันปากซอยกันเลยทีเดียว…..อิ้อหือออ ผมถามว่าไปเอามาจากไหน
ตรงนี้ไม่แน่ใจแต่น่าจะเป็นพนักงานที่นั่นสักคนน่ะนะ

หลังจากออกจากที่พักแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรละครับ ขึ้นทับเบิกลุยยาวไปภูหินฯ
แล้วก็ดิ่งกลับบางกอกกัน ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน ล้านใครบ้านมัน จบทริป!

กลับถึงบ้านก็ปกติครับ คงไม่มีไรแล้วแหละแค่เสียงสวดเอง แล้วคืนนั้น
ก็ผ่านไปด้วยความเพลีย พออีกวันนึง ตอนนั้นเป็นช่วงพลบค่ำ พ่อแม่ไม่อยู่บ้านครับ
ออกไปขายของที่ตลาด ตัวผมนั่งตีดอทเออยู่ที่บ้านคนเดียว สักพักได้เรื่องเลยครับ

กลิ่นธูปลอยมาเลย ไอ้เราก็เริ่มฉุนเพราะมันรบกวนสมาธิมากกกกก จึงเดินหาต้นตอ(อีกแล้ว)
ทั้งชั้นล่างชั้นบนหิ้งพระทุกหิ้ง ไม่มีธูปที่กำลังไหม้เลยมีแต่ซากธูป ผมโทรหาแม่ทันที
ว่าแม่ได้จุดธูปทิ้งไว้มั้ย แม่ก็บอกว่าเปล่าไม่ได้จุด ผมพยายามคิดว่าคงลอยมาจากบ้านข้างๆมั้ง

ทั้งที่มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้หรอก ผมพยายามไม่กลัวแล้วเล่นเกมส์ต่อ แต่มันก็เริ่มกลัวๆ
จึงแก้ปัญหาโดยการเปิดยูทูปปล้วพิมพ์ว่า”คาถาชินบัญชร”
แล้วเปิดให้ลั่นๆ ปิดเสียงในเกมส์ เลยสบายใจขึ้นมาหน่อย

หลังจากนั้น เวลาล่วงเลยไปถึงตีสอง(อีกแล้วเหรอ) พ่อกับแม่ผมกลับมาจากขายของ
อาบน้ำเข้านอนกันตั้งแต่ห้าทุ่มกว่าๆละ ผมก็ล้าจากการเล่นเกมส์แล้วจึงเข้าไปอาบน้ำที่หลังบ้าน
ตอนอยู่ในห้องน้ำผมได้ยินเสียงเรียกชื่อผมชัดมากแต่ไม่คุ้นเสียง สองครั้งติดๆ ผมเงียบครับ
ไม่ได้ขานตอบไป ทั้งที่ในใจอยากจะล้างยาสระผมบนหัวออกให้หมดไวๆ เพื่อรีบไปนอน
คือกลัวจริงจังแล้วครับตอนนั้น หลังจากอาบน้ำเสร็จก็จัดแจง
เข้าที่นอนคลุมโปงหลับตา แล้วหลับไป…….

พลันเสียงโคร้งเคร้งๆ ก็มากระชากผมออกจากภวังค์ มันเสียงหม้อตกพื้นชัดๆที่หน้าบ้าน
ไอ้เราก็งัวเงียๆเดินออกไปดูกะว่าแมวข้างบ้านมาหาไรกินแน่ๆ แต่พอออกไปหน้าบ้านเท่านั้นแหละ
คุยพระ!!! สิ่งที่ผมเห็นคือ…….นกเค้าแมว หรือนกแสกนั่นล่ะครับ บางคนเรียกนกผี
เพราะหน้ามันเหมือนผีอยู่นะ หน้าขาวๆตาโตๆ ที่สำคัญตัวใหญ่อย่างกะไก่ชน

มันลอดเข้าช่องรั้วบ้านผมมาได้ยังไงผมยังงงอยู่ เดือดร้อนไปปลุกพ่อมาช่วยไล่
เปิดประตูให้พี่เค้าบินออกไป ผมนอนไม่หลับละครับ หลายเหตุการณ์ผ่านไป1-2วันมานี้
มันบีบบังคับให้ผมต้องบอกว่านี่อาจจะเป็นสิ่งลี้ลับก็ได้ พอเช้าก็รีบบึ่งไปวัดหัวลำโพงเลย
ทำบุญโรงศพต่อด้วยวัดมังกรและศาลเจ้าพ่อเสือ ทำเพื่อความสบายใจ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36177113